วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทฤษฎี "การติด" โดย วินนะ

"การติด"คือ อาการทางจิตอย่างนึงที่ทำให้บุคคลมีพฤติกรรมหนึ่งๆเป็นเวลานาน โดยปลีกตัวไปทำอย่างอื่นได้ยากลำบาก

ถ้าหากจำเป็นต้องหยุดกิจกรรมที่ติดอยู่จริงๆ จะมีอาการ หงุดหงิด โกรธง่าย ฉุนเฉียว ไม่มีสมาธิ วิตกกังวล

*เพิ่มเติม องค์ประกอบของ "การติด"

1. ใช้เวลาทุกวันอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมงต่อเนื่องกันทำกิจกรรมนั้น
2. หากวันไหนไม่ได้ทำกิจกรรมนั้น จะเกิดความรู้สึก "ไม่สบายใจ"

"การติด" แบ่งเป็นหลายประเภทดังนี้

คลิ้กเพื่ออ่านบทความต่อ

http://www.diinoy.com/cool_upload/8_1572182342_e180062809b7a8a5a260d364f7fced76.jpg

1. ติดพฤติกรรมคือ การที่บุคคลชอบใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมนั้นเป็นเวลานานยากที่จะหยุดได้ เช่น

- ติดเกม
-
ติดเน็ต
- ติดหนัง
- ติดละคร
- ติดการ์ตูน
- ติดทีวี
- ติดงาน
- ติดกีฬา
- ติดเหล้า
- ติดบุหรี่
- ติดหนังสือ
- ติดแต่งตัว
- ติดยา
- ติดเขียนบล็อค
- ติดคอมเม้น
- ติดโพส
- ติดการเมือง
- ติดขี้เกียจ
- ติดเรียน
- ติดบอล
- ติดดารา
- และอื่นๆ

จะเห็นได้ว่าทุกพฤติกรรมล้วนสามารถติดได้ เพียงแต่ว่าพฤติกรรมไหนจะเป็นคุณมากกว่าเสีย หรือให้โทษน้อยกว่าประโยชน์เท่านั้นเอง

*อนึ่งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม สังคม และค่านิยมของแต่ละแห่งด้วย ว่าจะให้สิ่งใดดีหรือไม่ดี เช่น
เกม
สังคมมักจะไม่เห็นประโยชน์ ทั้งๆที่เกมมีประโยชน์ในตัวของมันเอง ขั้นอยู่กับการเรียนรู้ของผู้เล่นว่าได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง
กีฬากอฟล์ สังคมมักเห็นว่าเป็นสิ่งดีเพราะ เป็นกีฬาช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและประโยชน์มากมาย แต่ข้อเสียคือ เสียเงินค่อนข้างมาก

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/603/8603/images/Habit/5.jpg

2.ติดสังคม คือการที่บุคคลมีพฤติกรรมส่วนใหญ่ในการปฎิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอยู่ตลอดเวลา ถ้าเวลาได้ไม่ได้พูดคุยจะรู้สึกอึดอัด โดดเดี่ยว เหงา เป็นต้น คนที่มักมีอาการติดสังคมได้แก่

- ติดโทรศัพท์
- ติดเพื่อน
- ติดครอบครัว
- ติดแฟน
- ติดหญิง
- ติดชาย
- ติดกิ้ก
- ติดเม้า (คุยกับใครก้ได้)

3.ติดวัตถุ คือการที่บุลคลชื่นชอบวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอันมาก มักจะชอบหาหรือซื้อสิ่งของนั้นๆมาสะสม ถ้าไม่สามารถนำของสิ่งนั้นมาสะสมได้จะรู้สึก อึดอัด ต้องหามาให้ได้ เป็นต้น วัตถุที่บุคคลส่วนใหญ่มักติด

- เงิน เป็นสิ่งที่สังคมไทยส่วนใหญ่ติดกับสิ่งนี้ "คนที่มีค่า คือคนที่มีเงิน" หรือ "ค่าของคนอยู่ที่ค่าของเงิน" ทำให้คนไทยเห็นแก่เงินกันมากขึ้น

- รถ
- พระเครื่อง
- ต้นไม้
- โทรศัพท์มือถือ
- เครื่องประดับ เช่น สร้อย แหวน กำไลข้อมือ ต่างหู
- เครื่องแต่งกาย เช่น กางเกง เสื้อผ้า หมวก รองเท้า
- เครื่องสำอาง
- รูปภาพ

จากทั้ง 3 ประเภทใหญ่ๆที่ปล่าวมา ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะไม่ปฎิเสธว่าตนไม่ได้ติดอะไรเลย เพียงแต่ชอบเท่านั้นเอง ถูกแล้วครับเพราะ ความรู้สึกชอบ ก็คือการเริ่มยึดติดในสิ่งนั้นๆแหล่ะครับ

เพียงแต่เราเรียกในสิ่งที่เรา"ติด"ว่า "ชอบ" และเรียกในสิ่งที่เรา"ไม่ชอบ"ว่า "ติด" เท่านั้นเอง

เพื่อนๆมีความเห็นยังไงกับทฤษฎี "การติด" ของผม ยังไง เขียนความเห็นได้เลยครับ ไว้วันหลังผมจะเขียนทฤษฎีอื่นมาให้ได้อ่านกันครับ



วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ประติมากรรม (Sculpture)

เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการสร้างรูปทรง 3 มิติ มีปริมาตร มีน้ำหนักและกินเนื้อที่ในอากาศ โดยการใช้วัสดุชนิดต่าง ๆ วัสดุที่ใช้สร้างสรรค์งานประติมากรรม จะเป็นตัวกำหนด วิธีการสร้างผลงาน ความงามของงานประติมากรรม เกิดจากการแสงและเงา ที่ เกิดขึ้นในผลงานการสร้างงานประติมากรรมทำได้ 4 วิธี คือ

1. การปั้น (Casting) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ จากวัสดุ ทีเหนียว อ่อนตัว และยึดจับตัว กันได้ดี วัสดุที่นิยมนำมาใช้ปั้น ได้แก่ ดินเหนียว ดินน้ำมัน ปูน แป้ง ขี้ผึ้ง กระดาษ หรือ ขี้เลื่อยผสมกาว เป็นต้น

2. การแกะสลัก (Carving) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ จากวัสดุที่ แข็ง เปราะ โดยอาศัย เครื่องมือ วัสดุที่นิยมนำมาแกะ ได้แก่ ไม้ หิน กระจก แก้ว ปูนปลาสเตอร์ เป็นต้น

3. การหล่อ (Molding) เป็นการสร้างรูปทราง 3 มิติ จากวัสดุที่หลอมตัวได้และกลับแข็ง ตัวได้ โดยอาศัยแม่พิมพ์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลงานที่เหมือนกันทุกประการตั้งแต่ 2 ชิ้น ขึ้นไป วัสดุที่นิยมนำมาใช้หล่อ ได้แก่ โลหะ ปูน แป้ง แก้ว ขี้ผึ้ง ดิน เรซิ่น พลาสติก ฯลฯ รำมะนา (ชิต เหรียญประชา)

4. การประกอบขึ้นรูป (Construction) เป็นการสร้างรูปทรง 3 มิติ โดยนำวัสดุต่าง ๆ มา ประกอบเข้าด้วยกัน และยึดติดกันด้วยวัสดุต่าง ๆ การเลือกวิธีการสร้างสรรค์งานประติมากรรม ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ต้องการใช้ ประติมากรรม ไม่ว่าจะสร้างขึ้นโดยวิธีใด จะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ แบบนูนต่ำ แบบนูนสูง และแบบลอยตัว ผู้สร้างสรรค์งานประติมากรรม เรียกว่าประติมากร

ประเภทของงานประติมากรรม

1.ประติมากรรมแบบนูนต่ำ ( Bas Relief ) เป็นรูปที่เป็นนูนขึ้นมาจากพื้นหรือมีพื้นหลัง รองรับ มองเห็นได้ชัดเจนเพียงด้านเดียว คือด้านหน้า มีความสูงจากพื้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรูป จริง ได้แก่รูปนูนแบบเหรียญ รูปนูนที่ใช้ประดับตกแต่งภาชนะ หรือประดับตกแต่งอาคารทาง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหารต่างๆ พระเครื่องบางชนิด

2.ประติมากรรมแบบนูนสูง ( High Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ในลักษณะเช่นเดียวกับแบบ นูนต่ำ แต่มีความสูงจากพื้นตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของรูปจริงขึ้นไป ทำให้เห็นลวดลายที่ลึก ชัดเจน และ และเหมือนจริงมากกว่าแบบนูนต่ำและใช้งานแบบเดียวกับแบบนูนต่ำ

3.ประติมากรรมแบบลอยตัว ( Round Relief ) เป็นรูปต่าง ๆ ที่มองเห็นได้รอบด้านหรือ ตั้งแต่ 4 ด้านขึ้นไป ได้แก่ ภาชนะต่าง ๆ รูปเคารพต่าง ๆ พระพุทธรูป เทวรูป รูปตามคตินิยม รูปบุคคลสำคัญ รูปสัตว์ ฯลฯ